แบบทดสอบก่อนเรียน

บทที่ 9 อาชีพจําหน่ายอาหารสําเร็จรูปตามสุขาภิบาล

แบบทดสอบหลังเรียน

เรื่องที่ 5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดทางเพศ

ประมวลกฎหมายอาญา

ประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอาญาเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยความผิดและโทษกล่าวคือ กฎหมายอาญาได้กำหนดไว้ว่าการกระทำใดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือหากกระทำตามสิ่งที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ก็จะมีความผิด และอีกกรณีหนึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้เรามีหน้าที่ต้องกระทำตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่กระทำตามก็มีความผิดตามกฎหมาย

 สำหรับกฎหมายอาญา ผู้เขียนขอยกประเภทของความผิดที่กฎหมายอาญากำหนดไว้ในเรื่องสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
วัยรุ่นกับเพศ ดังต่อไปนี้

 ความผิดเกี่ยวกับเพศ
              ความผิดทางเทศเป็นความผิดอีกลักษณะหนึ่งที่พบมากในวัยรุ่น ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่เกิดความต้องการในทางเพศ อาการอยากรู้อยากลองที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน หลายคนหาทางออกด้วยการช่วยตัวเองในการบำบัดความต้องการทางเพศ หลายคนเริ่มรู้จักการเที่ยวผู้หญิง แต่บางคนหาทางออกด้วยวิธีการที่ผิดโดยการไปหลอกผู้หญิงมาข่มขืน หรือไม่ก็รวมกลุ่มกันไปฉุดคร่าผู้หญิงมาข่มขืน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงทั้งในแง่สวัสดิ์ภาพของการใช้ชีวิตของ สาววัยรุ่นที่มีแต่อันตรายรอบด้านและอนาคตของผู้กระทำความผิดซึ่งมีโทษที่หนักกว่าการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นหลายเท่านัก

– การข่มขืน
          การข่มขืนผู้อื่น คือการที่ผู้นั้นไม่ยินยอมให้มีเพศสัมพันธ์ กฎหมายกำหนดว่าเป็นความผิดที่จะต้องถูกระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 บาท ถึง 40,000 บาท และถ้าการข่มขืนได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ผู้กระทำจะต้องจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาทจำคุกตลอดชีวิต
               แต่อย่างไรก็ตามสำหรับวัยรุ่นที่อายุไม่เกิน 15 ปี แม้จะให้ความยินยอมที่จะมีเพศสัมพันธ์ แต่กฎหมายก็ถือว่าเป็นวัยที่เด็กไปยังไม่มีความรู้ความเข้าใจการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีพอ กฎหมายจึงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับวัยรุ่นที่อายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งผู้กระทำจะต้องจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาท และถ้าการข่มขืนได้กระทำโดยมีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรือมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ผู้กระทำต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

– การอนาจาร
          การอนาจาร ได้แก่การกระทำให้อับอายขายหน้าในทางเพศโดยกระทำต่อเนื้อตัวร่างกายโดยตรง เช่น กอด    ปล้ำ สัมผัส จับต้องอวัยวะเพศของผู้หญิง เช่น การจับนม หรือจะเป็นกรณีที่บังคับผู้อื่นให้กระทำตนเองก็เป็นการอนาจารได้ เช่น นายเอกบังคับให้ นางสาว ย. จับของลับของตนเอง การอนาจารนั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นชายต่อหญิง ดังนั้นการกระทำความผิดอาจจะเกิดกับชายต่อชายก็ได้ ผู้ที่กระทำความผิดในเรื่องนี้จะต้องถูกระวางโทษไม่เกิน 15 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกับเรื่องข่มขืน ผู้ที่ทำอนาจารกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตามก็จะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำอนาจารผู้กระทำได้ขู่หรือใช้กำลังทำร้ายก็จะได้รับโทษหนักขึ้นก็ได้

 -การหมั้น 
            การหมั้น คือการที่ชายและหญิงตกลงกันว่าจะทำการสมรสกันตามกฎหมาย โดยชายจะต้องเอาของหมั้นไปให้แก่หญิงที่จะทำการสมรส ของหมั้นนั้นจะต้องให้ในวันที่หมั้น หากให้ของหมั้นในภายหลังหรือทำสัญญากู้ไว้ให้ไม่ถือเป็นของหมั้น หญิงจะเรียกให้ชายช่วยส่งมอบของหมั่นไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าถ้าจะสมรสหรือแต่งงานกันนั้นจะต้องทำการหมั้นก่อน ชายและหญิงจะแต่งงานกันโดยไม่ต้องทำสัญญาหมั้นกันก็ได้ และเมื่อได้ทำสัญญาหมั้นกันแล้ว ต่อมาชายไม่แต่งงานด้วย หญิงก็ริบของหมั้นได้ แต่ถ้าหากหญิงเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับชาย หญิงก็ต้องมอบของหมั้นคืนให้กับผู้ชาย

-การสมรส
กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการสมรสที่สำคัญไว้ดังต่อไปนี้

  1.  ชายและหญิงจะต้องมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ ถ้าอายุต่ำกว่านี้ไม่สามารถทำการสมรสได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต
       2. ชายหรือหญิงจะต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
       3. จะต้องไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตหรือพี่น้องบิดามารดาเดียวกัน หรือเป็นพี่น้องร่วมแต่บิดาหรือร่วมแต่มารดา
           เดียวกัน
       4. ห้ามผู้รับบุตรบุญธรรมแต่งงานกับบุตรบุญธรรม
       5. จะทำการแต่งงานในขณะที่ชายหรือหญิงมีคู่สมรสอยู่แล้วไม่ได้
       6. สำหรับผู้เยาว์ซึ่งมีอายุมากกว่า 17 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี ซึ่งกฎหมายถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะนั้น จะทำการแต่งงาน
          ได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากบิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ปกครอง
       7. ชายและหญิง ทั้ง 2 คนจะต้องยินยอมที่จะแต่งงานกัน และประการสุดท้าย
       8. การแต่งงานจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อทั้งคู่ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย

-การหย่า
            การหย่าเป็นการยุติชีวิตการแต่งงาน ซึ่งอาจทำได้ด้วยความตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย ทำหนังสือหย่าและนำหนังสือนั้นไปจดทะเบียนหย่าที่ว่าการอำเภอหรือเขต หรือในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า อีกฝ่ายก็สามารถฟ้องและให้ศาลมีคำสั่งให้หย่าได้ แต่ทั้งนี้ ต้องมีเหตุหย่าตามที่กฎหมายกำหนดด้วย ซึ่งได้แก่ สามีอุปการะเลี้ยงดู หญิงอื่นฉันภริยา ภรรยามีชู้ หรือในกรณีที่สามีหรือภรรยาทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี