แบบทดสอบก่อนเรียน

บทที่ 9 อาชีพจําหน่ายอาหารสําเร็จรูปตามสุขาภิบาล

แบบทดสอบหลังเรียน

เรื่องที่ 6 การดูแลรักษาระบบของร่างกายที่สําคัญ

การดูแลรักษาอวัยวะที่สำคัญ

    การดูแลรักษาอวัยวะภายนอก

       1.ระมัดระวังดูแลไม่ให้ศรีษะได้รับความกระทบกระเทือน สวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง เมื่อขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์

    2.คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเมื่อโดยสารหรือขับขี่รถยนต์ เพื่อป้องกันการกระทบกระแทก เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

    3.สวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่ที่กลางแจ้งหรือทำงานเกี่ยวกับการใช้แสงสว่างจ้าเกินไป

    4.ไม่ควรใช้สายตาเพ่งมองนานๆ โดยเฉพาะหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาเป็นระยะๆ โดยการหลับตาเบาๆ

    5.หลีกเลี่ยงการอ่านหรือใช้สายตาในที่ที่สั่นสะเทือนหรือแสงสว่างไม่เพียงพอ

    6.หลีกเลี่ยงการดูโทรทัศน์ใกล้จอเกินไป

    7.ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันลูกตาจากฝุ่นละออง สะเก็ดไฟ เศษโลหะ

    8.อย่าใช้มือขยี้ตาเมื่อมีผงเข้าตา ควรลืมตาในน้ำสะอาด

    9.ไม่ใช้ของแข็งที่ไม่ใช่อุปกรณ์แคะหู ทำการแคะหูโดยเด็ดขาด

    10.ไม่ควรอยู่ในที่ที่มีเสียงดังมากเกินไป เพราะอาจทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาด ถ้าจำเป็นควรใช้เครื่องป้องกันเสียงอุดหูไว้

    11.ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆ เพราะอาจทำให้โพรงจมูกอักเสบ

    12.ถ้าเกิดอาการผิดปกติกับอวัยวะภายนอกควรปรึกษาแพทย์

    13.รักษาความสะอาดของร่างกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

    14.รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

   การดูแลรักษาอวัยวะภายใน

    1.รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีประโยชน์ต่อร่างกายและมีสารอาหารครบทุกหมู่

    2.หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

    3.รับประทานอาหารให้เป็นเวลา เคี้ยวอาหารให้ละเอียด

    4.ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ไม่น้อยกว่า 8 แก้วต่อวัน

    5.หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้อักเสบติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานๆ

    6.ระวังไม่ให้ท้องผูก

    7.หลีกเลี่ยงสารเสพติดให้โทษทุกชนิด

    8.หลีกเลี่ยงการได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง

    9.ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง

  1.   หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละอองและโลหะหนัก หรือมีกลิ่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

    11.ผ่อนคลายความตึงเครียด

    12.พักผ่อนให้เพียงพอ

    การดูแลรักษาระบบของร่างกายที่สำคัญ

  1. ระบบห่อหุ้มร่างกาย

1.1  รักษาความสะอาดของผิวกายทุกส่วน  เพื่อชำระสิ่งที่ตกค้างหรือสะสมอยู่บนผิวหนังออกให้หมดและให้ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขัดขี้ไคล  จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี

        1.2   ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5  หมู่  โดยเฉพาะ  ผัก ผลไม้ต่างๆ เป็นต้น  ไม่ควรดื่มน้ำชา  กาแฟ  น้ำหวาน  อาหารที่มีรสจัด ฯลฯ  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหากับผิวหนัง

        1.3  ควรออกกำลังกายกลางแจ้งและควรพักผ่อนให้พอเพียงกับความต้องการของร่างกาย

            1.4  ผิวหนังที่แตกแห้ง และกร้าน  อันเกิดจากสายลมแสงแดด  หรือจากน้ำที่ใช้ชำระล้าง  แก้ไขได้ง่ายโดยการใช้ครีมหรือโลชั่นทาเพื่อช่วยเพิ่มน้ำมันให้แก่ผิวหนังที่สูญเสียน้ำมันธรรมชาติไป

        1.5 ใบหน้าที่เป็นสิวเกิดจากการรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ  เพราะรูของต่อมเหงื่อหรือของต่อมไขมันถูกอุดตันด้วยฝุ่นละออง  และถ้ามีแบคทีเรียหลุดเข้าไปในรูของต่อมเหงื่อหรือ  ต่อมไขมันก็จะเกิดการอักเสบกลายเป็นสิว  สิวอาจเกิดจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากผิดปกติ  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนได้ด้วย   ดังนั้นเมื่อเป็นสิวควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด  อย่าใช้มือแกะเกาหรือบีบหัวสิว  เพราะเป็นการเพิ่มความสกปรกและอักเสบมากขึ้น  ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารมันๆ  หากเป็นสิวมากต้องปรึกษาแพทย์

     1.6  ถ้ามีอาชีพอยู่กลางแจ้งหรือโดนแดดบ่อยๆ  การป้องกันที่ดีทำได้โดยใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด  นอกจากนี้การทาด้วยสารที่มีคุณสมบัติกรองรังสีอัลตราไวโอเลตออกจากแสงแดดได้  สารเหล่านี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นตามปริมาณ Sun  protection  Factor  (SPF)หมายเลขลำดับสูงๆ สามารถป้องกันแสงแดดนานถึง 15  เท่าของภาวะที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์โดยไม่มีอาการผิวไหม้เกรียม

        1.7  ผมและหนังศีรษะควรได้รับการเอาใจใส่  โดยการแปรงผมและนวดหนังศีรษะด้วยมือเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดได้ดียิ่งขึ้น   เป็นการนำอาหารมาหล่อเลี้ยงขุมขน  และกระตุ้นไขมันให้สร้างน้ำมันเคลือบผมให้เป็นเงามัน

        1.8  หมั่นดูแลเล็บ  โดยการตัดเล็บให้มีความยาวพอควร   เล็บมือตัดปลายให้โค้งมนตามนิ้วมือ  ส่วนเล็บเท้าให้ตัดปลายเป็นแนวตรง  และรักษาเล็บให้สะอาดอยู่เป็นนิจ  เนื่องจากช่องระหว่างแผ่นเล็บกับผิวหนังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและความสกปรก

  1. ระบบย่อยอาหาร

    –  รับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ

    – หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดและร้อนเกินไป

    – เคี้ยวอาหารให้ละเอียด

    – ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย วันละ 6-8 แก้ว

    – ไม่ออกกำลังกายหรือทำงานหนักทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ

    – พักผ่อนให้เพียงพอ

    -ขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน

   3.ระบบต่อมไร้ท่อ

    3.1รับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ

    3.2ดื่มน้ำให้เพียงพอ 

    3.3ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    3.4พักผ่อนให้เพียงพอ

    3.5หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียด

 4.ระบบไหลเวียนเลือด

     4.1  รับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ

    4.2  รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  โดยเฉพาะในด้านการรักษาความสะอาด และควรรับประทานอาหารที่สะอาดปราศจากเชื้อโรค

    4.3  ออกกำลังกายอยางสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ

    4.4  พักผ่อนอย่างเพียงพอ

    4.5  หลีกเลี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่สกปรกและอยู่ในชุมชนแออัด

    4.6  เมื่อเกิดอาการเจ็บคอหรือต่อมทอนซิลอักเสบต้องรีบไปให้แพทย์ตรวจรักษา

    4.7  เมื่อรู้สึกตัวว่าเหนื่อย  อ่อนเพลียง่าย  และเจ็บหน้าอก  โดยมีอาการเช่นนี้อยู่นาน  ควรไปให้แพทย์ตรวจรักษา  เพราะหัวใจอาจผิดปกติได้

   5.ระบบประสาท

    5.1  รับประทานอาหารประเภทที่ช่วยส่งเสริมและช่วยบำรุงประสาท  อาหารที่มีวิตามินบีมากๆ  เช่น  ข้าวซ้อมมือ  รำข้าว  ไข่  ตับ  ยีสต์  ผักสีเขียว  ผลไม้สดและน้ำผลไม้  ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแอลกอฮอล์ ชา  กาแฟ  เป็นต้น

    5.2 พักผ่อนให้พอเพียงกับความต้องการของร่างกายแต่ละวัย ไม่เคร่งเครียดหรือกังวลมากเกินไป  ควรหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์ที่ทำให้ไม่สบายใจ

    5.3 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ซึ่งเป็นหนทางที่ดีในการผ่อนคลาย

    5.4 ไม่ควรใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายมากเกินไป  อาจทำให้ประสาทส่วนนั้นทำงานหนัก  เช่น  การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป  อาจทำให้ประสาทตาเสื่อมได้

    5.5ควรหมั่นฝึกการใช้สมองแก้ปัญหาบ่อยๆ  เป็นการเพิ่มพูนสติปัญญาและป้องกันโรคความจำเสื่อมหรือสมองเสื่อม

    5.6 เมื่อเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหรือสมอง  ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

 

  1.   ระบบหายใจ

    6.1 อยู่ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ พยายามหลีกเลี่ยงอากาศสกปรก เช่น ควันบุหรี่ เขม่า ควันไฟ ควันไอเสียจากรถ และสารเคมีต่างๆเป็นต้น

    6.2 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    6.3 ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

    6.4 พักผ่อนให้เพียงพอ

  1. ระบบกล้ามเนื้อ

    7.1 รับประทานอาหารที่สะอาดและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

    7.2 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพของร่างกาย

    7.3 หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณกล้ามเนื้อ

    7.4 เคลื่อนไหวร่างกายในท่าที่ถูกต้องและไม่เป็นอันตรายต่อกล้ามเนื้อ

  1. ระบบกระดูก

    8.1 รับประทานอาหารที่สะอาดและมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงและเสริมสร้างกระดูก

    8.2 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    8.3 หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณกระดูก

    8.4 เคลื่อนไหวร่างกายให้เหมาะสม มีการทรงตัวให้ดีไม่สะดุด หกล้มหรือให้ร่างกายตกจากที่สูง

 

    9.ระบบสืบพันธุ์

        9.1 เพศชาย

        1) อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้สบู่ฟองชำระล้างร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ให้สะอาด เช็ดตัวให้แห้ง

    2) สวมเสื้อผ้าให้สะอาด โดยเฉพาะกางเกงในต้องสะอาด สวมใส่สบายไม่รัดแน่นเกินไป

    3) ไม่ใช้ส้วมหรือที่ถ่ายปัสสาวะที่ผิดสุขลักษณะ

    4) ไม่เที่ยวสำส่อน หรือร่วมประเวณีกับหญิงขายบริการทางเพศ

    5) หากสงสัยว่าจะเป็นกามโรค หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเพื่อรักษาโรคด้วยตนเอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

    6) ไม่ควรใช้ยาหรือสารเคมีต่างๆ ช่วยในการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

    7) อย่าหมกมุ่นหรือหักโหมเกี่ยวการสัมพันธ์ทางเพศมากเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ควรหากิจกรรมนันทนาการ การเล่นกีฬาหรืองานอดิเรกอื่นๆ ทำ เพื่อเป็นการเบนความสนใจของตนเองไปทางอื่น

    8) ระวังอย่าให้อวัยวะสืบพันธุ์ถูกกระทบกระแทกแรงๆ เพราะอาจทำให้ช้ำและเกิดการอักเสบและเป็นอันตรายได้

    9.2   เพศหญิง

    1) รักษาความสะอาดอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเวลาอาบน้ำ ควรสนใจทำความสะอาดเป็นพิเศษ เช่น ล้าง เช็ดให้แห้ง และในช่วงที่มีประจำเดือน ถ้าเป็นไปได้ควรใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดส่วนที่เปรอะเปื้อนเลือด เป็นต้น

    2) หลังจากการปัสสาวะและอุจจาระทุกครั้ง ควรใช้น้ำล้างและเช็ดให้แห้ง

    3) ควรสวมเสื้อผ้าที่สะอาดรัดกุม กางเกงในต้องสะอาด สวมใส่สบาย ไม่อับหรือรัดแน่นเกินไป และควรเปลี่ยนทุกวัน

    4) รักนวลสงวนตัว ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน

    5) ไม่ควรใช้ยากระตุ้นหรือยาปลุกประสาทต่ออวัยวะเพศ

    6) การใช้ส้วมหรือที่ถ่ายปัสสาวะอุจจาระทุกครั้ง จะต้องคำนึงถึงความสะอาดและถูกสุขลักษณะ

    7) ควรออกกำลังกายหรือทำงานอดิเรกเพื่อเบนความสนใจของตนเองไปในทางอื่น

    8) ขณะมีประจำเดือนควรใช้ผ้าอนามัยอย่างเพียงพอ และควรเปลี่ยนอยู่สม่ำเสมอ อย่าปล่อยไว้นานเกินไป

    9) ในช่วงมีประจำเดือน ไม่ควรออกกำลังกายประเภทที่ผาดโผนและรุนแรง แต่การออกกำลังกายเพียงเบาๆ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหรืออาการอึดอัดลงได้ และควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใส

    10) ควรจดบันทึกการมีประจำเดือนไว้ทุกๆเดือน การที่ประจำเดือนมาเร็วหรือช้าบ้างเล็กน้อยไม่ถือเป็นการผิดปกติแต่อย่างไร แต่ถ้ามีประจำเดือนเร็วหรือช้ากว่าปกติ มากกว่า 7-8 วัน ขึ้นไปควรไปปรึกษาแพทย์

    11) ในช่วงมีประจำเดือน ถ้ามีอาการปวดที่ท้องน้อย อาจใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าห่มมาวางที่ท้องน้อยเพื่อให้ความอบอุ่น และอาจรับประทานยาแก้ปวดได้ตามสมควร

    12) ถ้ามีอาการผิดปกติในช่วงที่มีประจำเดือน เช่น อาการปวดมาก มีเลือดออกมาก หรือ มีเลือดไหลออกในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

    13) ระวังอย่าให้อวัยวะสืบพันธุ์ถูกกระทบกระแทกแรงๆ เพราะอาจจะทำให้ช้ำ เกิดอาการอักเสบและเป็นอันตรายได้

    14) ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของอวัยวะเพศ หรือสงสัยว่าจะเป็นกามโรคควรรีบไปรับการตรวจและปรึกษาแพทย์ทันที

    10.ระบบขับถ่าย

  1.   รับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ

    2.ไม่รับประทานอาหารทีมีรสจัด

  1.   รับประทานผักและผลไม้หรืออาหารที่มีกากอาหารอย่างสม่ำเสมอ
  2.   รับประทานน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 แก้ว

    5.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    6.พักผ่อนให้เพียงพอ

  1.   หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด

    8 .รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่ตลอดเวลา

  1.   ขับถ่ายให้เป็นปกติทุกวัน